อัจฉริยะ ร้อง ปปง. ตรวจเส้นทางการเงิน ประจักษ์ชัย-ลำไย คาดร่วมกันฟอกเงิน

จำนวนผู้เข้าชม : 265 31/10/2018

อัจฉริยะ ยื่นเอกสารร้อง ปปง. ตรวจสอบนายห้างประจักษ์ชัย ภรรยานายห้าง และลำไย ไหทองคำ ร่วมกันฟอกเงิน เผยรายได้ไหทองคำ เรคคอร์ด 3 ปี กว่า 120 ล้านบาท ล่าสุดให้สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวกลางเจรจาฉีกสัญญาเรียกเงิน 2 ล้าน จากอาม ชุติมา 
 

 
 
ภาพจาก New18
 
          วันที่ 31 ตุลาคม 2561 New18 รายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางยื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบการเงินของนายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ หรือ ประจักษ์ชัย ไหทองคำ ผู้บริหารค่ายเพลงไหทองคำ เรคคอร์ด, นางโยษิตา เนาวรัตน์ ภรรยา และ น.ส.สุพรรณษา เวชกามา หรือ ลำไย ไหทองคำ เนื่องจากอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายฟอกเงิน พร้อมนำเอกสารการจดทะเบียนบริษัท ไหทองคำ เรคคอร์ด จำกัด และเอกสารการแสดงคอนเสิร์ตของลำไย ไหทองคำ ตั้งแต่ปี 2559-2560 มายื่นด้วย ซึ่งพบว่ามีรายได้กว่า 100 ล้านบาท
 
 

          นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ไหทองคำ เรคคอร์ด รับงานตั้งแต่ปี 2559 แต่ยังไม่มีการจดทะเบียนบริษัท โดยเพิ่งจดทะเบียนเมื่อเดือนมกราคม 2561 ซึ่งมีชื่อภรรยาของนายประจักษ์ชัย เป็นผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว อีกทั้งพบว่าไม่เคยมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนิติบุคคล ทั้งที่แสดงคอนเสิร์ตเดือนละกว่า 4 ล้านบาท รวมรายได้ 3 ปี เป็นเงินกว่า 120 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าอาจมีการหลีกเลี่ยงภาษี โดยมีเจ้าหน้าที่สรรพากร จ.ปทุมธานี เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

 

ภาพจาก Instagram lamyailion
 

          ทั้งนี้ นายประจักษ์ชัยได้ติดต่อผ่านนายสมรักษ์ คำสิงห์ แจ้งว่ายินดีจะฉีกสัญญาให้ หากจ่ายเงินค่ายกเลิกสัญญา 2 ล้านบาท แต่ตนและน้องอามไม่เห็นด้วย เพราะตามสัญญา หากทำผิดสัญญา ก็สามารถเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาทได้อยู่แล้ว และน้องอามก็ไม่มีเงินจ่ายตามที่นายประจักษ์ชัยเสนอมา โดยการเจรจายุติในเรื่องนี้ ต้องเจรจากับนายประจักษ์ชัยเพียงคนเดียว ซึ่งตนต้องอยู่ร่วมเจรจากับน้องอามด้วย เนื่องจากผู้ปกครองของน้องอามอ่านหนังสือไม่ออก จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้รับความยุติธรรม
 


ภาพจาก New18


          โดยช่วงบ่ายวันนี้ (31 ตุลาคม) นายประจักษ์ชัยจะส่งตัวแทนมาเจรจา เพื่อหาข้อยุติเรื่องดังกล่าว ซึ่งการตอบโต้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการสาดโคลนกันไปมา น้องอามเพียงต้องการยกเลิกสัญญาเท่านั้น พร้อมฝากบอกนายประจักษ์ชัยว่าอย่าเชื่อทนายความมากเกินไป

          อย่างไรก็ตาม ปปง. จะรอให้กรมสรรพากรตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ก่อนจะส่งเรื่องให้อธิบดีกรมสรรพากรชี้มูลความผิด แล้วจึงส่งเรื่องให้ ปปง. สืบยึดทรัพย์ แต่หากกรมสรรพากรเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน กรมสรรพากรก็สามารถดำเนินการยึดทรัพย์เองได้ ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่ากรมสรรพากรจะใช้เวลาสืบสวนเรื่องดังกล่าวนานเท่าไร เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นกฎหมายใหม่ และยังไม่เคยมีการส่งเรื่องชี้ขาดมาก่อน


ภาพจาก Instagram lamyailion
 
 


ภาพจาก เฟซบุ๊ก อาม ชุติมา

ที่มา  http://www.newtv.co.th/news/23636



ชื่อ
ไอคอน
ข้อความ
รหัส
 
 
 
ยังไม่มีความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ