หลวงตาอ้างพลั้งมือตีเณรจนโคม่า เพราะโดนด่าบุพการี จึงคุมสติไม่อยู่

จำนวนผู้เข้าชม : 346 21/08/2018

หลวงตาอ้าง พลั้งมือตีเณรจนโคม่า เพราะโดนด่าบุพการี ระบุจะไม่ขอโทษพ่อแม่ของเณรดิว ด้านเพื่อนเณรเผย วีรกรรมความดื้อของเณรดิว ชี้ปกติหลวงตาเป็นคนใจดีมาก แต่คงทนไม่ไหวจริง ๆ ที่เณรดิวด่าบุพการี 
 

 
 
           กรณีสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ หรือเณรดิว อายุ 9 ขวบ ถูกหลวงตาศุภชัย สุทธิญาโน หรือ นายศุภชัย บุญลักขะ อายุ 64 ปี พระลูกวัดดอนขมิ้น จ.กาญจนบุรี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ต้องเข้าห้องไอซียู ซึ่งพ่อแม่ของเณรดิวยังทำใจไม่ได้ ไม่ยอมให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ หวังเกิดปาฏิหาริย์กับลูก และยืนยันว่าจะเอาเรื่องอดีตหลวงตาศุภชัยให้ถึงที่สุด
           เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 21 สิงหาคม 2561 สปริงนิวส์ รายงานว่า จากข่าวลือเรื่องเณรดิวเสียชีวิตแล้วนั้น ทางทีมแพทย์โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา แถลงยืนยันว่าเณรดิวยังไม่เสียชีวิต แต่อาการโคม่า จากภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง และสมองบวมอย่างหนัก ประกอบกับสัญญาณชีพอ่อน ไม่ให้สามารถผ่าตัดได้ ทำได้เพียงให้ยาตามอาการและใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา
 
 

           ด้านนางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น แม่เณรดิว ระบุว่า ยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ และจะรอดูอาการอีก 2 วัน เพราะเชื่อว่าอาจมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับลูก ส่วนเรื่องของคดีความ ตนขอขอบคุณตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้และทำงานอย่างรวดเร็ว และยืนยันว่าจะเอาเรื่องกับอดีตหลวงตาที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

           ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาญจนบุรี ระบุว่าได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบวัดที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือลูกชายของนางสุกัญญาอีกคนที่บวชอยู่วัดเดียวกัน โดยจะมีการสอบถามว่า อยากบวชต่อไปหรือจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ แต่หากทั้งสองคนไม่พร้อมดูแล ก็อาจต้องให้ไปอยู่บ้านพักเด็กและครอบครัวต่อไป

           นอกจากนี้ (21 สิงหาคม 2561) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า อดีตหลวงตาศุภชัย หรือนายศุภชัย บุญลักขะ อายุ 64 ปี ถูกคุมตัวไปทำแผนที่วัด ก่อนนำตัวไปฝากขังศาล จ.กาญจนบุรี และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

 


           โดยอดีตหลวงตาศุภชัย กล่าวว่า เณรดิวดื้อ และไม่เชื่อฟัง ที่ผ่านมาคอยตักเตือนสั่งสอนมาตลอด โดยในวันเกิดเหตุเณรดิวได้ปีนตู้ ตนจึงด่าและบอกอย่าปีน กลัวตกลงมาเป็นอันตราย แต่เณรดิวไม่ฟัง ตนยอมรับว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ขาดสติ ถึงแม้จะบวชเป็นเวลานาน แต่พระก็เหมือนปุถุชนคนทั่วไป ตนเก็บกดมานานและถูกเณรดิวด่าบุพการี จึงไม่พอใจพลั้งมือใช้ไม้เกาหลังและด้ามตาลปัตรตีที่ก้น

           ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยใช้ไม้พายข้าวขนาดเล็กตีเณรดิวหลายครั้ง และยืนยันว่าไม่ได้จับเณรดิวทุ่มลงพื้น หรือจับหัวโขกพื้น ส่วนที่แขนขวาหักก็ไม่ทราบว่าไปโดนอะไรมา แต่ไม่ได้เกิดจากการทุบตี ด้านศีรษะที่ปูดบวมและคางแตก น่าจะเกิดจากการตกตู้ ทั้งนี้ อดีตหลวงตาศุภชัยก็ยอมรับว่าทำเกินกว่าเหตุจริง ซึ่งตนก็ไม่เคยคิดหนี แต่คงไม่ไปขอโทษพ่อแม่ของเณรดิว เพราะเณรดิวดื้อจริง ๆ การที่ไปกราบขอโทษก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

           ทางด้านเพื่อนเณรดิว เล่าว่า เณรดิวได้ปีนตู้ไม้แล้วตกลงมา ตนพยายามบอกให้ลงมาเดี๋ยวจะถูกหลวงตี แต่เณรดิวไม่เชื่อ หลังจากนั้น เณรดิวก็ตกจากตู้ไม้ร้องไห้ แล้วใช้ยาหม่องป้ายตาตัวเอง อ้างว่าถูกตนและเณรรูปอื่นแกล้ง ต่อมาประมาณบ่าย 2 โมง หลวงตานำกะละมังใส่น้ำมาให้เณรดิวนั่งแช่จนถึง 5 โมงเย็น

 
 

           จากนั้นประมาณ 5 โมงครึ่ง หลวงตาให้ตนห่มจีวรให้เพื่อเตรียมออกกิจนิมนต์ แต่เณรดิวก็แกล้งดึงจีวรหลุดหลายรอบ พอขึ้นไปทำวัดก็ใช้มือหยิกศีรษะน้องชายวัย 4 ขวบ ที่บวชอยู่วัดเดียวกัน หลังลงมาจากหอสวดมนต์ หลวงตาก็โมโหเณรดิวที่ด่าบุพการี หลวงตาจึงผลักเณรดิวคางไปโดนกับเสา ศีรษะโดนเหลี่ยมเสาจนเกือบสลบ แต่หลวงตาคิดว่าเณรดิวแกล้งสลบ จึงดึงแขนขึ้นมาแล้วจับทุ่มกับพื้น ก่อนจะเดินออกไป ตนจึงอุ้มเณรดิวขึ้นไปบนหอสวดมนต์

           นอกจากนี้ หลวงตาเคยตีสามเณรดิวหลายครั้ง แต่ไม่ได้ตีแรง ซึ่งปกติหลวงตาเป็นคนใจดีมาก เวลาเณรอยากได้อะไรก็ซื้อมาให้ตลอดเหมือนพ่อกับลูก แต่ครั้งนี้เณรดิวด่าบุพการีของหลวงตา หลวงตาจึงทนไม่ไหวก่อเหตุดังกล่าวขึ้น 



ชื่อ
ไอคอน
ข้อความ
รหัส
 
 
 
ยังไม่มีความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ