โจ๋สุดห้าวฉุนตำรวจแจกใบสั่ง ประเคนหมัดต่อยตำรวจตาแตก งานนี้ข้อหาบานปลาย

จำนวนผู้เข้าชม : 479 12/05/2018

     โจ๋สุดห้าว ฉุนตำรวจเขียนใบสั่งจอดรถในที่ห้ามจอด ประเคนหมัดเข้าเบ้าตาตำรวจตาแตก คนเห็นเหตุการบอกตำรวจแค่ทำตามหน้าที่ ไม่น่าทำแบบนี้


          วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอที่เผยให้เห็น กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้เขียนใบสั่งรถยนต์ อีซูซุ แคป รุ่นวีคอส สีเทา หมายเลขทะเบียน บพ552 สุโขทัย ที่มีการจอดในจุดห้ามจอด ขาว-แดง โดยมี นายพยอม แสงวันดี มาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว

          ต่อมา นายพยอม เกิดความไม่พอใจชี้หน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงให้นายพยอมแสดงใบอนุญาตขับขี่ แต่นายพยอม พูดว่าอย่ามายุ่งกับกู ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวิทยุเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่นมาที่เกิดเหตุ  แต่นายพยอม ก็ยังไม่ยินยอม กระทั่งได้มี น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล กับพวก เข้ามาสมทบ และได้ด่าทอด้วยความหยาบคายและดูหมิ่นทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ และ นายอิทธิพล สมถวิล ได้ชกเข้าที่ใบหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตาซ้าย ก่อนนำส่งโรงพยาบาล


ต่อยตำรวจ
 

          จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.มาบตาพุด ได้เชิญตัวคู่กรณีมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุไม่ยอมลงจากรถยนต์ และยิ่งเกิดการโต้เถียงกัน โดยฝ่ายแม่  นายอิทธิพล ผู้ก่อเหตุ อ้างกฎหมายเพียงอย่างเดียวว่าให้เอาหมายจับมาก่อน จึงจะให้ลูกลงมาให้ปากคำ และในเหตุที่เกิดขึ้นหน้า สภ.มาบตาพุด ต่างกล่าวหากัน ใครผิดใครถูกจนเสียงลั่นโรงพัก

          จากการสอบถาม นายสมยศ แสงวันดี อายุ 35 ปี ได้โดยสารมากับรถยนต์อีซูซุคันดังกล่าวที่ถูกใบสั่ง ได้กล่าวว่าทำงานรับเหมามุงหลังคาและมากัน 5 คน ยอมรับว่าขณะที่ไปซื้อของที่ตลาดจอดรถไว้ตรงจุดขาวแดงจริง แต่จังหวะที่เขาต่อยกันมองไม่เห็น เห็นแต่ตอนที่ตำรวจเข้ามาตีน้องเท่านั้น

          ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เหตุเกิดช่วงเช้า ขณะผู้คนกำลังลงมาซื้อของกินกันจำนวนมาก และในขณะนั้นก็มีรถยนต์ 4-5 คัน จอดในที่ห้ามจอด ขาว-แดง ริมถนนสุขุมวิท หน้าบริษัท SCG ติดกับโรงแยกก๊าซ ปตท. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเขียนใบสั่งให้กับรถยนต์ทุกคันในที่ห้ามจอด และเมื่อตำรวจกำลังจะเขียนใบสั่งให้กับ รถยนต์กระบะแคป ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา รุ่นวีคอส หมายเลขทะเบียน บพ552 สุโขทัย ปรากฏว่ามีการโต้เถียงกันและมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น ซึ่งตนมองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็ทำตามหน้าที่ ไม่น่าเกิดเหตุในลักษณะนี้

 
 
ต่อยตำรวจ


          ด้านแม่ค้าผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กล่าวว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปห้ามปราม หนุ่มที่นั่งมาด้วยในรถยนต์คันดังกล่าว อายุประมาณ 18 - 20 ปี ได้เปิดหมวกของตำรวจนายนั้น ก่อนที่จะปล่อยหมัดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้าย จนตำรวจได้รับบาดเจ็บและเพื่อนตำรวจได้พาส่งโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากนั้น ตำรวจได้เชิญตัวทั้งหมดที่นั่งมาในรถยนต์คันดังกล่าวไปที่โรงพัก

          ทั้งนี้ ร.ต.อ. วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สารวัตรจราจร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ผู้ที่ถูกต่อยในคลิปพบว่าเบ้าตาด้านซ้ายมีเส้นเลือดในตาแตก แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ร.ต.อ. วิทยา  เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน แต่ในสิ่งที่ประชาชนทำกับตำรวจในลักษณะนี้ ต่อสู้ขัดขวางทำร้ายเจ้าพนักงาน และในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าทำรุนแรงขนาดนี้

 

ต่อยตำรวจ

ต่อยตำรวจ


          ขณะที่ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ระบุว่า ลักษณะเช่นนี้เป็นการกระทำผิดกฎหมายที่ชัดเจนได้แก่ 
 
          1. ด่าทอตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ ผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน (ป.อาญา มาตรา 136 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
 
          2. การเอามือผลักตัวตำรวจขณะจะเข้าตรวจค้น ผิดต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน กรณีนี้มีเหตุฉกรรจ์ โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป (มาตรา 138 กับ มาตรา 140 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ)

          3. ถ้ามีการชกต่อยเจ้าพนักงาน จนได้รับบาดเจ็บ ผิดทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย (มาตรา 295 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ) กรณีผู้ถูกทำร้ายเป็นเจ้าพนักงาน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 296 ( มาตรา 296 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ)
 

          4. ถ้ากรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกระทำเกิดตาบอดทีหลัง แต่สืบเนื่องจากการทำร้าย ก็ถือเป็นความผิดฐานร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส (ตาบอด) ผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 298 (มาจาก 297+289 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท)

 


ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หวังเจริญ สุพจน์



ชื่อ
ไอคอน
ข้อความ
รหัส
 
 
 
ยังไม่มีความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ