แนะ กินทุเรียนไม่เกินวันละ 2 เม็ด ชี้ 1 เม็ด พลังงานเท่ากับข้าว 2 ทัพพี

จำนวนผู้เข้าชม : 3720 14/06/2017

กรมอนามัย แนะให้กินทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสมไม่เกิน 2 เม็ดต่อวัน และไม่ควรกินต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยง

 

          เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การเผาทุเรียน จะทำให้วิตามินลดลง และน้ำในทุเรียนจะระเหยออกไป ทำให้ทุเรียนเผานั้นหวานขึ้น และจะกระตุ้นให้อยากกินมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรเผาทุเรียนจนไหม้ เพราะหากกินสะสมไปนาน ๆ ก็ไม่ต่างจากการกินอาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม นอกจากนี้ กลุ่มผู้ป่วย 4 โรค ที่ควรระวังในการกินทุเรียน คือ ผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ เพราะทุเรียนมีแป้งและไขมันสูง หากกินมากไป อาการอาจจะทรุดได้ แนะนำให้กินไม่เกิน 1 เม็ดเล็กต่อวัน และไม่ควรกินต่อเนื่องทุกวัน ยิ่งผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยง เพราะทุเรียนมีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ อาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

          ขณะที่ พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า ปกติแล้วไม่ควรกินทุเรียนเกิน 2 เม็ดต่อวัน เนื่องจาก 1 เม็ด ให้พลังงานเท่ากับข้าว 2 ทัพพี และไม่ควรทานถี่ทุกวัน เพราะจะให้น้ำหนักเกินและเจ็บคอ ขณะที่บางรายก็นิยมกินทุเรียนกับมังคุด เพราะในมังคุดมีสารต้านการอักเสบช่วยแก้เรื่องร้อนใน และยังมีน้ำในปริมาณมาก การกินทุเรียนกับมังคุดจึงเข้ากันดีมีใยอาหารสูง 

          นอกจากนี้ ในมื้อที่กินทุเรียนก็ควรที่จะควบคุมอาหารประเภทข้าว แป้ง ขนมหวาน เช่น กินทุเรียนแล้วก็ไม่ต้องซ้ำด้วยของหวานอื่น หรือถ้าจะกินทุเรียนมื้อนี้ควรลดข้าวให้น้อยลง รวมถึงไม่ควรกินข้าวเหนียวทุเรียนบ่อย เนื่องจากมีความหวานมัน


          อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย ได้เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลความรู้ว่า ทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ที่ให้วิตามินแร่ธาตุ และเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ก็ไม่ควรกินทุเรียนพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง และจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการย่อยสลายน้ำตาลที่เนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่กล้ามเนื้อและไขมันเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นไขมันและไกลโคเจนเก็บไว้ที่ตับ ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ ผลที่เกิดตามมาคือการย่อยสลายทุเรียนและแอลกอฮอล์จะให้ความร้อนและเป็นกลไกที่ต้องใช้น้ำ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการขาดน้ำ 

          นอกจากนี้ ยังมีผลทำให้เอนไซม์ตัวสำคัญลดลง ส่งผลให้สารแอลดีไฮด์เกิดการสะสมในร่างกาย และทำให้เกิดอาการหน้าแดงชาวิงเวียนและอาเจียน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
เว็บไซต์ กรมอนามัย



ชื่อ
ไอคอน
ข้อความ
รหัส
 
 
 
ยังไม่มีความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ