ทนายชื่อดัง แนะทางรอดโทษประหาร หมอนิ่ม ชี้มีสิทธิ์ถวายฎีกาขออภัยโทษ

จำนวนผู้เข้าชม : 725 23/12/2016

จากรณีที่ หมอนิ่ม หรือ แพทย์หญิงนิธิวดี ภู่เจริญยศ ถูกศาลจังหวัดมีนบุรี พิพากษาประหารชีวิต ในคดีจ้างวานฆ่า นายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ เอ็กซ์ อดีตสามี ก่อนที่ภายหลังจะอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท และห้ามเดินทางออกนอกประเทศนั้น 

ล่าสุด (23 ธันวาคม 2559) เพจทนายคู่ใจ ของนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง ได้แสดงความเห็นในเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยเริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ที่ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งทางตำรวจได้มีการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาลเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2557 และใช้เวลาการสืบสวนอยู่ประมาณ 1-3 เดือน โดยในตอนแรก หมอนิ่ม เลือกที่จะต่อสู้ในชั้นศาล ข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" ซึ่งข้อดีคือหากพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์ก็รอดคุก แต่หากแพ้คดีศาลจะสามารถสั่งได้แค่ประหารสถานเดียวตามกฎหมาย

โดยแม่ของหมอนิ่มได้ให้การรับสารภาพต่อหน้าศาลว่า เป็นผู้จ้างวานฆ่า แต่ศาลไม่เชื่อในคำรับสารภาพ และต่อมาสามารถพิสูจน์ได้ว่า หมอนิ่ม เป็นผู้จ้างวานฆ่า เนื่องจากมีหลักฐานเป็นการติดต่อกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหลายครั้ง อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ก็มีบางช่วงที่น่าเห็นใจหมอนิ่ม ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกกระทำด้วยความรุนแรงภายในครอบครัว ซึ่งต้องฟ้องร้องตามกฎหมายไม่ใช่การใช้ศาลเตี้ยแบบนี้

นอกจากนี้ นายรณณรงค์ ได้กล่าวกับ "เดลินิวส์ออนไลน์" ว่า หมอนิ่มจะรอดจากการประหารชีวิตหรือไม่นั้น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะรอด เพราะนักโทษมีสิทธิ์ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ แต่สุดท้ายก็ตามแต่พระองค์ท่าน

โดยมีข้อความทั้งหมดดังนี้

ใครเรียนกฎหมายอยู่น่าเก็บข่าวพวกนี้ไว้อ่านมาก มันจะเห็นภาพ ป.อ. และ ป.วิ.อ. ชัดเลย

จริง ๆ อยากอ่านคำพิพากษาฉบับเต็มนะ ไม่รู้จะมีการตีพิมพ์ได้หรือเปล่า เพราะอันนี้นักข่าวเขาสรุปมาให้อีกที ซึ่งผมก็จะมาสรุปต่อจากเขาอีกที

คดีนี้เกิดช่วงวันที่ 19 ตุลาคม 2556 ที่คุณเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ถูกยิง หลังเกิดเหตุตำรวจก็สืบสวนสอบสวนจนได้หลักฐานนำมาสู่การฟ้องศาล 31 มกราคม 2557 ใช้เวลาการสืบสวนอยู่ราว ๆ 1-3 เดือน

ซึ่งข้อหาที่ฟ้องเป็นข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) รับโทษประหารชีวิตสถานเดียว หมอนิ่มให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิดขอต่อสู้คดีในลักษณะนั้น ซึ่งตามกฎหมายแล้วในคดีที่มีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป (ป.วิ.อ. มาตรา 176) ไม่ว่ารับสารภาพหรือต่อสู้คดีก็ต้องมีการสืบพยานต่อหน้าศาลว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ๆ

ซึ่งแน่นอนหมอนิ่มเลือกที่จะสู้ อาจจะเพราะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่สำนึกผิดชอบในบาปก็ไม่อาจทราบถึงจิตใจคนได้จึงต้องมีศาลมาตัดสิน การสู้คดีมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ข้อดีคือถ้าชนะก็รอดคุก แต่ถ้าแพ้หมายถึงชีวิตเพราะศาลสั่งได้แค่ประหารสถานเดียวตามกฎหมาย

โดยปกติเวลาเราทำผิดกฎหมายหากรับสารภาพในชั้นศาล ศาลอาจจะเมตตาลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าเลือกสู้คดีการลดโทษก็จะไม่มี (ยกเว้นให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอาจจะลดได้ 1 ใน 3 แบบมือปืนที่ยิงคุณเอ็กซ์)

คดีนี้แม่หมอนิ่มมารับสารภาพต่อศาลว่าตัวเองเป็นผู้จ้างวานเองมิใช่หมอนิ่ม ถ้าเป็นคดีอื่น ๆ อาจจะยุติการสืบพยานต่อหน้าศาลไปแล้วแต่คดีนี้ระวางโทษประหารชีวิต ศาลต้องฟังพยานเล่าให้หมดทุกปาก และได้ผลสรุปว่า "ศาลไม่เชื่อ" ว่าแม่หมอนิ่มจ้างวานฆ่า เพราะพยานมีลักษณะคำเบิกความกลับไปกลับมาหลายรอบไม่น่าเชื่อถือ ชั้นตำรวจให้การแบบหนึ่ง ชั้นศาลก่อนสืบพยานให้การแบบหนึ่ง พอมาสืบพยานก็ให้การอีกแบบหนึ่ง

ทางนำสืบตำรวจและอัยการพิสูจน์ว่าหมอนิ่มวางแผนฆ่ามาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ปี 2556 ก่อนจะก่อเหตุในเดือนตุลาคม 2556

มีบางช่วงก็น่าเห็นใจคือหมอนิ่มเองก็นับเป็นผู้เสียหายจากการถูกกระทำด้วยความรุนแรงภายในครอบครัว คือผู้ตายได้พาหญิงอื่นมาค้างที่บ้าน, การไม่ให้เกียรติหมอนิ่ม ผลักศีรษะหมอนิ่มและท้าทายให้เลิกกันต่อหน้าหญิงอื่น

แต่ก็นั่นแหละครับ สิทธิตามกฎหมายของหมอนิ่มคือการฟ้องดำเนินคดีกับเอ็กซ์ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ข้อความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นคดีอาญาและมีวิธีการพิจารณาคดีแบบละมุนละม่อมมากกว่านี้

ถ้าไปตั้ง "ศาลเตี้ย" ตัดสินคนอื่นกฎหมายไม่คุ้มครองสิทธิแล้วล่ะครับ เรื่องนี้มันก็อยู่ที่มือกฎหมายหรือทนายคนใกล้ชิดด้วยว่าเขามีวิธีคิดแก้ปัญหาให้ลูกความอย่างไร

นอกจากนี้ทางนำสืบยังมีการพิสูจน์หมายเลขโทรศัพท์ที่ก่อเหตุว่าหมอนิ่มติดต่อกับกลุ่มก่อเหตุเป็นระยะ ๆ (เป็นพยานแวดล้อม ถ้าถึงขั้นต้องไปสืบเสียงสนทนาประกอบว่าคนนั้นคนนี้สั่งฆ่าจริง ๆ คงมีแต่เทวดาเท่านั้นแหละทำได้)

จำเลยที่ 1 มือปืน ศาลจำคุกตลอดชีวิต (ให้การเป็นประโยชน์เพราะซัดทอดผู้ว่าจ้าง)
จำเลยที่ 2 แม่หมอนิ่ม ศาลยกฟ้อง (แม้ให้การซัดทอดตัวเองว่าเป็นคนทำก็ตามเนื่องจากศาลไม่เชื่อ)
จำเลยที่ 3 หมอนิ่ม ศาลสั่งประหารชีวิต
จำเลยที่ 4 ทนายอี๊ด ศาลสั่งประหารชีวิต (คนประสานงานมือปืน)
จำเลยที่ 5 คนขี่มอเตอร์ไซค์ก่อเหตุ ศาลจำคุกตลอดชีวิต (ให้การเป็นประโยชน์ซัดทอดผู้ว่าจ้าง)

ที่มา  http://hilight.kapook.com/view/146904



ชื่อ
ไอคอน
ข้อความ
รหัส
 
 
 
ยังไม่มีความคิดเห็น