เงิน 460,000 บาท ที่สูญไปเพราะธนาคารสีเขียว ขอเป็นอุทาหรณ์ให้สังคมไทย!!

จำนวนผู้เข้าชม : 2792 11/06/2015

เมื่อปี 2012 เจ้าหน้าที่ธนาคารได้มาเสนอขายประกันกับดิฉันในรูปแบบที่อธิบายว่าเป็นการออมเงิน
และได้รับการคุ้มครองประกันภัยล้านสาม โดยมีการชำระเบี้ยประกันปีละ 154,765 บาท เพียง 5 ปี
จะได้รับดอกเบี้ยทุกปีๆละ 13,000 บาท 
ซึ่งตอนพูดคุยเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ได้กดเครื่องคิดเลขคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเปรียบเทียบให้ดู
ว่าทำแบบนี้มันคุ้มกว่าการฝากเงินประจำ แถมยังมีการคุ้มครองด้วยอีกต่างหาก

เจ้าหน้าที่พูดและทำให้ความเข้าใจว่ามันก็คือฝากเงินอีกรูปแบบหนึ่ง
คือเป็นประกันไปด้วยในตัว แต่ไม่ได้รับการคุ้มครองในกรณีเข้า รพ 
และที่สำคัญเมื่อดิฉันถามว่าสามารถยกเลิกและได้เงินคืนครบใช่ไหม ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าได้คืนครบ
ซึ่งทางเราจะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้หลังจากที่จ่ายครบแล้ว 5 ปี แต่การคุ้มครองก็จะถูกยกเลิกไป

ดิฉันเองก็อยากบังคับตัวเองให้มีเงินเก็บ เมื่อมาคิดดูแล้วเลยตัดสินใจทำ
ทางธนาคารก็อนุมัติบัตรเครดิต The Premier มาให้ด้วย บอกว่าสำหรับลูกค้า Exclusive member

ตั้งแต่ตอนนั้นจนมาปัจจุบัน ดิฉันจ่ายไปแล้ว 3 รอบป็น 464,295 บาท
โดยไม่เคยเอะใจอะไรทั้งสิ้น
จนเมื่อพฤษภาที่ผ่านมา ดิฉันเข้ามาดูในกระทู้พันทิปจนมาเจอกระทู้นี้
pantip.com/topic/33605960
ก็เลยหลังไมค์ไปถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พอได้ยินที่น้องเขาบอก ใจสั่นมากๆแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตอนนั้นดึกแล้ว
รอจนเช้าจะโทรไปก็ยังไม่ได้เพราะเลขกรรมธรรม์อะไรก็ไม่มี ต้องรอทางคุณแม่ไปหา
นึกถึงความสะเพร่าของตัวเอง เชื่ออะไรง่ายๆ เพราะคิดว่าเขาเป็นธนาคารไม่หลอกหรอก

สายๆเลยโทรไปสอบถามกับทางเมืองไทยประกันชีวิตได้ความว่า จะได้คืนครบตามจำนวนที่ส่งไปตอนอายุ 90 !!!

นั้นหมายความว่าถ้าดิฉันจะขอเงินคืนก่อนอายุ 90 หรือภาษาประกันเรียกว่า เวนคืนกรรมธรรม์
ดิฉันจะไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนแต่จะได้ตามปีที่เราจะขอเวนคืน
เลยบอกกับทางเจ้าหน้าที่เมืองไทยว่าตอนที่เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกขายประกันตัวเนี่ย ไม่เคยมีคำพูดแบบนี้ออกมาเลย

ถ้าบอกว่าได้คืนตอนอายุ 90 เราไม่มีทางทำแน่นอน 
เราบอกเจ้าหน้าที่ว่าคนที่โดนแบบเราไม่ได้มีคนเดียว แล้วที่เรารู้เรื่องนี้ก็มาจากที่เราอ่านเจอในพันทิป
นั้นแสดงว่าไม่ใช่เกิดจากการที่เราฟังผิดหรือไม่เข้าใจ
แต่เป็นเพราะข้อมูลที่ได้รับมันไม่ถูกต้อง บิดเบือน หลอกลวง

คำถามที่ตามมาคือ ทำไมพนักงานต่างที่ ต่างสาขา ต่างเวลา ถึงให้ข้อมูลแบบนี้เหมือนกัน
แล้วการที่พนักงานธนาคารเอาเวลางานเพื่อมาขายประกัน
แสดงว่าธนาคารย่อมรู้เห็นเป็นใจทุกอย่างและสนับสนุนให้เกิดขึ้น
ถ้ามันไม่จริงอยากให้ทางธนาคารมีคำตอบให้ดิฉันว่าทำไมพนักงานคุณถึงพูดชักจูงแบบเดียวกัน

หลังจากเหตุการณ์นี้ดิฉันเข้าไปไล่อ่านคนที่โดนแบบนี้เกิดขึ้นเยอะมาก
บางคนโดนแบบจ่าย 9 พันบาทก็มี ทำงานจนเก็บเงินได้ 9 พัน ธนาคารชวนทำประกันบอกว่าเป็นเงินออมสุดท้ายไม่ใช่ หรือบางคนก็เป็นคนแก่ และต้องมีอีกเยอะมากที่ไม่ได้มาโพสหรือแจ้งให้เราทราบ

ดิฉันจึงอยากให้ข้อมูลตรงนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนไทยทุกคนที่โดนชักจูงให้ทำประกันกับทางธนาคาร 

ถ้าอยากทำจริงๆให้ติดต่อบริษัทประกันโดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลที่ถูกต้อง
อย่าไปฟังหรือเชื่อ 100% กับข้อมูลที่ทางธนาคารให้แบบที่ดิฉันโดนเพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้น
ทางธนาคารจะพูดแบบเดียวกันว่าได้ให้ข้อมูลครบถ้วนแล้วกับทางลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทประกันก็เชื่อธนาคาร

คือไม่ยอมคืนเงินให้เรา ทั้งๆที่มันไม่ใช่แล้วเราเป็นฝ่ายเดือดร้อนกับข้อมูลบิดเบือนที่ได้รับมาตั้งแต่ต้น

เราจะเดินหน้าสู้ต่อเพื่อความถูกต้อง

 

 

ขอขอบคุณที่มา :: กระทู้ต้นเรื่อง ::pantip :: ดอกแก้วเมษา ::http://pantip.com/topic/33767963



ชื่อ
ไอคอน
ข้อความ
รหัส
 
 
 
Honey
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2559 - 19:24 น. IP : 188.143.234.1xx
Woman of Alicf…Perneet operate you’ve got done, this great site is admittedly awesome with excellent information. Time is God’s way of preserving everything from going on directly….
มังกร ลายไทย
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2558 - 18:02 น. IP : 49.48.102.xx

ผมเคยขายประกันครับ เท่าที่ผมเคยทราบมา รายละเอียดหลักของผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกันจะคล้ายๆ กัน การอบรมพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ขายประกัน จะต้องชี้แจงให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน ไม่ปิดบัง ส่วนเวลาไปเสนอขายนั้น มันเป็นเทคนิคของแต่ละท่านครับ ส่วนใหญ่ก็จะไม่บิดเบือนหรือพูดเท็จ เชาจะบอกหรือชี้แจงตามความจริงชองผลิตภัณฑ์ แต่เขาจะชี้แจงแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อลูกค้า แต่จะไม่แจ้งเงื่อนไขที่ขัดผลประโยชน์ลูกค้า จะบอกแต่สิ่งที่มีคุณ แต่จะไม่บอกในสิ่งที่เป็นโทษ สรุปว่าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายจะพูดแต่ความจริง แต่พูดไม่หมดเท่านั้นละครับ